เมื่อพูดถึงขบวนการฮีโร่ญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกถึง Power Rangers หรือขบวนการห้าสีรุ่นหลัง แต่ต้นกำเนิดที่แท้จริงคือ ขบวนการ 5 จอมพิฆาต โกเรนเจอร์ ที่ออกอากาศครั้งแรกในปี 1975 ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตำนาน แต่ยังเป็นรากฐานของแนวเซ็นไตที่ยังคงความสนุกจนถึงทุกวันนี้ กองบรรณาธิการขอพาย้อนยุคไปสัมผัสผลงานที่ทำให้เรารู้ว่าฮีโร่ใส่หน้ากากก็เท่ได้ไม่แพ้กัน
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวของโกเรนเจอร์เริ่มต้นเมื่อองค์กรชั่วร้าย กองทัพกางเขนดำ วางแผนยึดครองโลก แต่กลับมีฮีโร่ห้าคนซึ่งเป็นทหารจากกองทัพพิเศษ EAGLE สวมชุดสีประจำตัวและหน้ากากป้องกันตัว ออกมาปกป้องโลก แต่ละคนมีสีและความสามารถเฉพาะตัว เช่น อากะเรนเจอร์ (สีแดง) ผู้นำที่เก่งกาจ, อะโอเรนเจอร์ (สีน้ำเงิน) ผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิด, คิเรนเจอร์ (สีเหลือง) พลังมหาศาล, โมโมเรนเจอร์ (สีชมพู) หญิงสาวที่เก่งด้านเทคโนโลยี และมิโดเรนเจอร์ (สีเขียว) นักวางแผน ภารกิจของพวกเขาคือหยุดยั้งแผนการของกางเขนดำในแต่ละตอน ซึ่งมักมีจุดจบด้วยท่าไม้ตายรวมพลังที่เรียกว่า โกเรนเจอร์สตอร์ม เนื้อเรื่องดำเนินไปแบบตอนเดียวจบ แต่ก็มีปมใหญ่ที่เชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะอดีตของสมาชิกแต่ละคนที่เกี่ยวข้องกับกางเขนดำ
งานการแสดงและตัวละคร
แม้จะเป็นซีรีส์ที่อายุร่วม 50 ปี แต่การแสดงของนักแสดงนำยังคงเต็มเปี่ยมด้วยพลัง Naoya Makoto ในบท Tsuyoshi Kaijo หรือ Akarenger ถ่ายทอดความเป็นผู้นำที่เด็ดขาดและอบอุ่นได้อย่างน่าเชื่อถือ ขณะที่ Hiroshi Miyauchi (Aorenger) เพิ่มมิติของความจริงจังและความภักดี Baku Hatakeyama (Kirenger) นำเสนอความแข็งแกร่งที่แฝงด้วยความตลก ทำให้ทีมไม่เครียดเกินไป Lisa Komaki (Momorenger) เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่ทั้งสวยและเก่ง ไม่ใช่แค่ของประดับทีม ส่วน Yukio Itô (Midorenger) เสริมด้วยความสุขุมและปมในอดีตที่ซับซ้อน การเปลี่ยนแปลงนักแสดงในบท Kirenger (จาก Baku Hatakeyama เป็น Jirô Daruma) ก็ทำได้เนียน แม้แฟน ๆ บางคนอาจสังเกตเห็นความแตกต่าง
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ด้วยงบประมาณและเทคนิคในปี 1975 งานภาพของโกเรนเจอร์อาจดูดิบและเรียบง่าย แต่ก็เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบย้อนยุค การต่อสู้สไตล์ tokusatsu ใช้เทคนิคแสกนไลน์และสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่ขยับตัวได้อย่างน่าประทับใจในยุคนั้น ฉากแอ็กชันเน้นการต่อสู้ตัวต่อตัวและท่าไม้ตายที่ดูเท่ห์แม้ในปัจจุบัน ดนตรีประกอบ โดย Michiru Ōshima (รับช่วงต่อจาก Chumei Watanabe) มีจังหวะเร้าใจ โดยเฉพาะเพลงเปิดที่กลายเป็นเพลงคลาสสิกของแนวเซ็นไต การกำกับของ Kôichi Takemoto และทีมงานสามารถรักษามาตรฐานความสนุกในแต่ละตอนได้ดี แม้จะมีบางตอนที่เนื้อเรื่องซ้ำซาก แต่โดยรวมแล้วถือว่ากำกับได้มีประสิทธิภาพ
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
โกเรนเจอร์ไม่ได้เป็นแค่ซีรีส์สำหรับเด็ก แต่ยังสะท้อนถึงคุณค่าของการทำงานเป็นทีมและความเสียสละ สีสันของชุดและตัวละครที่แตกต่างกันเป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลายที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ซีรีส์เรื่องนี้ยังวางรากฐานให้กับ tropes มากมายในแนวเซ็นไต เช่น การเปลี่ยนร่าง, อาวุธประจำตัว, และยานพาหนะสุดล้ำ แต่สิ่งที่ทำให้โกเรนเจอร์โดดเด่นคือความเป็นมนุษย์ของตัวละคร พวกเขามีปมในอดีต มีความขัดแย้งภายใน และมีความสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ การนำเสนอศัตรูอย่างกองทัพกางเขนดำก็มีเลเยอร์ ไม่ได้ชั่วร้ายแบบไร้เหตุผล แม้เทคนิคการถ่ายทำจะล้าสมัย แต่หัวใจของเรื่องยังคงร่วมสมัยและสามารถสื่อถึงผู้ชมทุกวัย
สรุป
ขบวนการ 5 จอมพิฆาต โกเรนเจอร์ คือตำนานที่ควรค่าแก่การรับชมสำหรับแฟนฮีโร่และคนที่อยากรู้รากเหง้าของแนวเซ็นไต แม้ภาพและเทคนิคจะเก่า แต่เสน่ห์ของตัวละครและเนื้อหายังคงกลมกล่อม เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบความคลาสสิกและอยากสัมผัสบรรยากาศยุค 70
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +เป็นจุดเริ่มต้นของแนวเซ็นไตที่มีอิทธิพลยาวนาน
- +ตัวละครมีสีสันและพัฒนาความสัมพันธ์ได้ดี
- +แอ็กชันสนุกและท่าไม้ตายคลาสสิก
- +ดนตรีประกอบที่ติดหู
- +เนื้อเรื่องมีทั้งความสนุกและดราม่า
👎 จุดด้อย
- −เทคนิคพิเศษและงานภาพดูล้าสมัยสำหรับคนยุคใหม่
- −บางตอนเนื้อเรื่องซ้ำซาก
- −การเปลี่ยนนักแสดงในบท Kirenger อาจทำให้สะดุด
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โกเรนเจอร์มีทั้งหมด 84 ตอง ใน 1 ซีซัน
โกเรนเจอร์เป็นซีรีส์ญี่ปุ่นต้นฉบับที่ออกอากาศในปี 1975 เป็นขบวนการ 5 คน ส่วน Power Rangers เป็นเวอร์ชันอเมริกันที่ดัดแปลงจาก Super Sentai ซีรีส์อื่นในยุค 90
ปัจจุบันสามารถหาชมได้ทางแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งบางแห่งที่ให้บริการอนิเมะและ tokusatsu คลาสสิก เช่น Crunchyroll หรือช่อง YouTube อย่างเป็นทางการของ Toei ในบางภูมิภาค
มีภาพยนตร์รีบูตในปี 2017 ชื่อว่า 'Gorenger: The Movie' และซีรีส์อนิเมะ 'Gorenger: The Animation' แต่ไม่ใช่ภาคต่อโดยตรง